สิงห์ เชลซี เฉือน วิดีโอตัน 1-0 โมราต้า ซัดชัย

สิงห์ เชลซี เฉือน วิดีโอตัน 1-0 โมราต้า ซัดชัย

   สิงห์ เชลซี ได้ประตูชัยในนาทีที่ 70 จากลูกยิงของ โมราต้า ทำให้ สิงห์บลู เป็นฝ่ายเฉือนชนะวิดีโอตันไป 1-0 ผ่าน 2 นัดชนะรวดมี 6 แต้ม นำเป็นจ่าฝูง กลุ่ม L ในศึก ยูโรป้าลีก

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรป้าลีก กลุ่ม L เชลซี เปิดบ้านพบกับ วิดีโอตัน ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม 2561

   เกมนี้ เชลซี พักตัวหลักเกือบหมดและส่งบรรดาแข้งสำรองลงสนามแทน โดยเกมรุกใช้ โมราต้า ยืนเป็นหน้าเป้า ประสานงานกับ วิลเลี่ยน และ เปโดร แผงกลางเป็น ฟาเบรกาส, โควาซิช และ ลอฟตัส-ชีค ส่วนแผนหลังเป็น เอเมอร์สัน, คริสเตนเซ่น, เคฮิลล์, ซัปปาคอสต้า และ เกป้า เฝ้าเสาตามเดิม

สิงห์ เชลซี ได้ประตูชัยจาก โมราต้า ในครึ่งหลัง

   เริ่มเกมนาทีที่ 8 เป็นทีมเยือนที่ได้ทักทายก่อนจากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย มิลานอฟ เปิดเข้ากลางให้ ยูฮา โหม่งไปทางเสา สอง แล้วเป็น เอเมอร์สัน โหม่งเคลียร์ข้ามคานออกไปได้

   อีกหนึ่งนาทีถัดมา เชลซี ได้โอกาสสวนบ้างเมื่อ เปโดร ตัดบอลได้แล้วพาบอลกระชากขึ้นมากลางสนาม ก่อนจะส่งต่อให้ วิลเลี่ยน หลุดเข้าไปยิงในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย แต่ยังไม่แม่นพอบอลออกหลังไป

   นาทีที่ 16 เชลซี พลาดโอกาสได้ประตูขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดาย จากจังหวะที่พวกเขาทำเกมขึ้นมาจนถึงหน้าปากประตู ของทีมเยือน เปโดร แทงบอลให้ โมราต้า หลุดไปลุยตัวต่อตัวกับนายทวารวิดีโอตัน ก่อนจะตัดสินใจยกบอลกะจะเอาให้ข้ามตัวผู้รักษาประตู แต่กลายเป็นว่าบอลกลับหลุดกรอบออกไปแบบน่าผิดหวังสุดๆ

   ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 40 ทีมเยือนที่นานๆทีจะทำเกมบุกลุ้นได้บ้างกับจังหวะที่ ฟีโอร่า วางบอลยาวเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วเป็น เนโก้ ที่วิ่งมาจิ้มบอลได้ก่อน  เกป้า ยังดีที่บอลแค่ผ่านหน้าประตูไปเท่านั้น

   ครึ่งหลังเริ่มเกมมาไม่ทันไร เจ้าถิ่นเกือบโดนเข้าให้แล้วเมื่อ เนโก้ ได้ส้มหล่นแล้วจัดการซัดในกรอบเขตโทษฝั่งขวาทันที บอลพรุ่งตรงกรอบแต่  เกป้า ยังทุบทิ้งได้

   นาทีที่ 54 สิงห์บลู ส่ง เอเดน อาซาร์ ลงสนามแทน เปโดร

   จากนั้นนาทีที่ 70 ในที่สุดความพยายามของ เชลซี ก็ประสบผลสำเร็จจนได้ เมื่อมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ฟาเบรกาส ยกบอลจากริมกรอบฝั่งขวาเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ วิลเลี่ยน โหม่งชงให้ โมราต้า ซัดด้วยขวาจ่อๆเข้าประตูไป

   นาทีที่ 76 เจ้าถิ่นได้ลุ้นประตูที่สองจากฟรีคิกทางฝั่งซ้าย อาซาร์ เปิดบอลไปเสาแรกให้ บาร์คลี่ย์ โฉบมาโขกเสยไปเสาสอง บอลพุ่งไปชนคานแล้วหลุดออกไปอย่างน่าเสียดาย

   จบเกม เชลซี เป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ วิดีโอตัน ไป 1-0

 

Read More

กิเลน คืนชีพ เมืองทองยูไนเต็ด รัวแซง โปลิศ 4-2

กิเลน คืนชีพ เมืองทองยูไนเต็ด รัวแซง โปลิศ 4-2

   กิเลน ไม่ยอมตาย!! ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2018 นัดที่ 28 เมื่อวันเสาร์ที่ 8 กันยายน 2561 ณ สนาม บุญยะจินดา “มังกรโล่เงิน” โปลิศ เทโร เอฟซี เปิดบ้านพบกับ เอสซีจี เมืองทองยูไนเต็ด เกมนี้แม้ว่ากิเลนผยองจะตามหลังถึง 2 ประตู แต่ก็ไม่ยอมง่ายๆ ท้ายเกมรัวแซง 4-2 ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ของตารางได้สำเร็จ

ความพร้อมของ โปลิศ เทโร เอฟซี และ เอสซีจี เมืองทองยูไนเต็ด

   โปลิศ เทโร นัดล่าสุดเพิ่งบุกไปเอาชนะ สุโขทัย เอฟซี 2-1 ขยับหนีโซนสีแดงได้แล้ว เกมนี้ โค้ชแบน ธชตวัน ศรีปาน ที่กลับมาเผชิญหน้ากับทีมเก่าอีกครั้งหมดสิทธิ์ใช้งาน ไมเคิล เอ็นดรี้ เนื่องจากติดโทษแบนจึงส่ง มาร์กอส วินิซิอุส ลงมายืนหน้าคู่กับ อดิศักดิ์ ศรีกำปัง

   ส่วนทางฝั่งของ เมืองทองยูไนเต็ด นั้นล่าสุดเพิ่งเปิดบ้านถล่ม ชลบุรี เอฟซี 4-1 และไม่แพ้ใครเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน เกมนี้ลูกทีมของ ราโดวาน เคอร์ซิช ไร้ปัญหาเรื่องตัวผู้เล่นได้ วัฒนา พลายนุ่ม พ้นโทษแบนกลับมาและใช้ จาจ้า โคเอลโญ่ ประสานงานกับ เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส และ อดิศักดิ์ ไกรสร ในแดนหน้า

กิเลน พบ โปลิส ไฮไลท์การแข่งขันโปลิศ เทโร เอฟซี & เอสซีจี เมืองทองยูไนเต็ด

   ครึ่งแรกเกมผ่านมา 16 นาที เมืองทองได้ทักทายเจ้าถิ่นจากลูกฟรีคิกที่ระยะประมาณ 25 หลา เฮแบร์ตี้ ปั่นด้วยซ้ายแต่บอลโค้งหลุดเสาออกไปนิดเดียว

   แต่แล้วนาทีที่ 28 กลับกลายเป็นโปลิศ เทโร ที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะเตะมุมที่เล่นสั้น สันติภาพ จันทร์หง่อม ครอสด้วยซ้ายให้ มาร์กอส โฉบเข้ามาโหม่งเข้าประตูไป ทำให้เจ้าบ้านขึ้นนำไปก่อน 1-0 และเป็นเพียงประตูเดียวที่เกิดขึ้นในครึ่งเวลาแรก

   เริ่มครึ่งหลังมาได้เพียงแค่ 5 นาที โปลิศ เทโร ก็มาได้ประตูที่ 2 เพิ่มอย่างรวดเร็ว บอลเริ่มจาก มงคล ทศไกร กระชากบอลขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนจ่ายย้อนหลังไปให้ มาร์กอส ยิงด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่าย เจ้าถิ่นนำห่างเป็น 2-0

   แต่หลังจากนั้นไม่นานนาทีที่ 56 เมืองทองก็มาได้ประตูไล่ขึ้นมาเป็น 1-2 เมื่อ นิโกลา เพตโควิช เคลียร์บอลพลาดแล้ว จาจ้า โคเอลโญ่ ซัดเข้าประตูไปไม่เหลือ

   ถัดมาอีกเพียง 2 นาที ประตูตีเสมอ 2-2 ของเมืองทองก็ตามมาติดๆจากฝีมือของ วีระวุฒิ กาเหย็ม ตัวสำรองที่ซัดเข้าไปอย่างเฉียบขาด

   นาทีที่ 83 โปลิส เทโร พลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดาย มาร์กอส จ่ายบอลไปให้ อ่อง ธู ได้แปโล่งๆแล้วแต่ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ยังสกัดบอลจากบนเส้นออกมาได้อย่างเฉียดฉิว

   เมืองทองมาได้ประตูแซงนำ 3-2 ในนาทีที่ 86 จากจังหวะที่ วีระวุฒิ กาหย็ม ยิงไปติดเซฟ นนท์ ม่วงงาม แต่ยังไม่พ้นอันตรายบอลกระดอนออกมาเข้าทาง ปรเมศย์ อาจวิไล ตัวสำรองในเกมนี้ที่ตามเข้ามาซ้ำดาบสองเข้าไป

   ช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขัน เมืองทองยูไนเต็ด มาได้เพิ่มอีก 1 ประตูจากจุดโทษเมื่อ เฮแบร์ตี้ โดนทำฟาวล์ในเขตโทษ และเป็นเจ้าตัวที่ลุกขึ้นมาสังหารเองเข้าประตูไป ทำให้กิเลนผยองหนีห่างไปเป็น 4-2

   จบเกม เอสซีจี เมืองทองยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ โปลิส เทโร เอฟซี 4-2 ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ของตาราง

 

Read More

ดาร์บี้แมตช์ อีสานใต้ ดิโอโก้ เหมา 2 พาบุรีรัมย์ยูไนเต็ด บุกเชือดสวาทแคท 2-0

ดาร์บี้แมตช์ อีสานใต้ ดิโอโก้ เหมา 2 พาบุรีรัมย์ยูไนเต็ด บุกเชือดสวาทแคท 2-0

   ดาร์บี้แมตช์ อีสานใต้ ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2018 นัดที่ 28 เมื่อวันเสาร์ที่ 8 กันยายน 2561 ณ สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา “สวาทแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก ทีมจ่าฝูงไทยลีก “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ยูไนเต็ด

   เกมนี้เป็นศึกศักดิ์ศรีดาร์บี้แมตช์อีสานใต้ สำหรับ สวาทแคท เพิ่งบุกไปเฉือนพัทยายูไนเต็ดมา 1-0 ส่วนปราสาทสายฟ้า พวกเขาไม่แพ้ใครมา 14 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ และ 8 นัดในลีก

ดาร์บี้แมตช์ อีสานใต้ ไฮไลท์ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี & บุรีรัมย์ยูไนเต็ด

   ครึ่งแรก บุรีรัมย์ เกือบจะได้ประตูออกนำไปก่อน ในนาทีที่ 3 ดิโอโก แทงบอลให้ ออสวัลโด ฟิลโญ กระชากบอลเข้าไปในเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจ ยิงเร็วทันที บอลพรุ่งผ่านแซมมวล คันนิงแฮม ไปชนเสาแล้วเด้งออกมาอย่างน่าเสียดาย

   หน้าที่ 23 สวาทแคทได้โอกาสบ้าง เอกณัฏฐ์ คงเกตุ จิ้มบอลเข้าประตูไปแล้ว แต่จังหวะนี้ไม่ได้ประตู เพราะล้ำหน้าไปก่อน

   นาทีที่ 30 บุรีรัมย์ยังคงบุกอย่างต่อเนื่อง จังหวะนี้ได้ลุ้นจาก อันเดรส ตูเญซ วางบอลออกขวาให้ ศศลักษณ์ ไหประโคน จะยัดเข้าเขตโทษ ดิโอโก้ ข้ามหลอก บอลมาถึง ออสวัลโด จับก้อนหนึ่งจังหวะแล้วหมุนตัวยิง บอลไปตรงตัว แซมมวล รับเข้าซองสบาย

   กระทั่งนาทีที่ 32 ในที่สุด ปราสาทสายฟ้า ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ตูเญซ วังบอนไปที่ ศศลักษณ์ แต่เข้ากลางแล้วยกต่อให้ ออสวัลโด ปาดเข้ามาในเขตโทษ ได้จบที่ ดิโอโก้ วิ่งเข้ามาซัดเต็มข้อ บอลพุ่งตรงกรอบ บุรีรัมย์ยูไนเต็ด นำ 1-0

   บุรีรัมย์เกือบจะได้ประตูทิ้งห่างในช่วงทดเวลาครึ่งแรกเมื่อ สุภโชค เก็บบอลได้จากแถว 2 ก่อนจะยิงบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว จบครึ่งแรก บุรีรัมย์ยูไนเต็ด ยังคงนำ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี อยู่ 1-0

   ครึ่งหลัง บุรีรัมย์ ยังคงเป็นฝ่ายบุกอย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 56 ดิโอโก้ ไหลบอลไปให้ ออสวัลโด พาบอลทะลุเข้าเขตโทษก่อนจะปั่นทันที แต่บอลหลุดเสาสองออกไป

   แต่หลังจากนั้นไม่นาน นาทีที่ 64 บุรีรัมย์ก็มาได้ประตูนำห่าง 2-0 บอลเริ่มจาก ศิวรักษ์ เปิดเร็วให้ ดิโอโก้ เก็บบอลได้กลางสนามแล้วส่งต่อไปที่ จักรพันธ์ ก่อนจะวิ่งทำทางไปรับบอลคืนแล้วจัดการกระชากเข้าเขตโทษ ซัดหายเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ประตูนี้เป็นประตูที่ 29 ของ ดิโอโก้ นำโด่งเป็นดาวซัลโวในไทยลีกฤดูกาลนี้อีกด้วย

   หลังจากได้ประตูที่ 2 ปราสาทสายฟ้าก็ยังคงทำเกมบุกอย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 77 เกือบจะได้อีก 1 ประตู เมื่อ ศศลักษณ์ ได้บอลทางริมเส้นฝั่งขวาก่อนจะลากตัดเข้ากลาง ซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งไปชนคานก่อนจะเด้งออกหลังไป

   ท้ายเกมนาทีที่ 82 ปาตินโญ่ ได้บอลในเขตโทษแล้วจ่ายคืนหลังให้ สุภโชค วิ่งมาซัดเน้นๆ บอลพุ่งไปชนเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

   จบเกม บุรีรัมย์ยูไนเต็ด บุกมาทุบ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 2-0 นำโด่งเป็นจ่าฝูง โดยมีแต้มทิ้งห่าง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง 9 แต้มเท่าเดิม

 

Read More
November 2018
M T W T F S S
« Oct    
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

Categories

Recent Posts

เว็บพันธมิตรเรา

Tags